Abstract 7
การปรับปรุงสมรรถนะของแผงกันแดดไม้เลื้อยโดยเพิ่มการระบายอากาศ
ตามสมมติฐานว่าแผงกันแดดไม้เลื้อยแนวตั้งเป็นอุปสรรคต่อการระบายอากาศ และจากผลการทดลองในช่วงแรกซึ่งได้ปิดช่องต่างๆรอบแผงไม้เลื้อยทั้งหมดพบว่าอุณหภูมิในห้องที่ใช้แผงไม้เลื้อยบางครั้งสูงกว่าห้องธรรมดาซึ่งระบายอากาศ ได้ดีกว่า จึงได้ทำการปรับปรุงห้องทดลองทั้ง 2 ห้องซึ่งมีหน้าต่างด้านเดียว เป็น 4 กรณีคือ 1. ปิดประตูด้านหลัง 2. เปิดประตูด้านหลัง 3. เปิดพัดลมระบายอากาศ 1 ตัว 4. เปิดพัดลมระบายอากาศ 2 ตัว ทำการวัดและติดตามผลกรณีละ 3 วัน เพื่อไม่ให้ใบปกคลุมเปลี่ยนแปลงมากนักในช่วงการวัดข้อมูล
ผลการทดลองพบว่า การระบายอากาศในกรณีที่ 2,3 และ 4 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลดอุณหภูมิให้กับห้องที่ใช้แผงไม้เลื้อย โดยทำให้เกิดความแตกต่างอุณหภูมิสูงสุด 4-7 องศาเซลเซียสในช่วงกลางวัน เมื่อเทียบกับห้องธรรมดา ส่วนในช่วงกลางคืนอุณหภูมิในห้องที่ใช้แผงไม้เลื้อยสูงกว่าห้องธรรมดาเล็กน้อย 1-1.5 องศาเซลเซียสในกรณีที่ 1,2 และ 3 ยกเว้นในกรณีที่ 4 ซึ่งมีอุณหภูมิลดลงมาใกล้เคียงกับห้องธรรมดา และคายความร้อนช้ากว่าเล็กน้อย
มีข้อสังเกตว่าเมื่อกระแสลมในห้องธรรมดาวัดได้มากกว่า0.05 เมตรต่อวินาที ในกรณีที่ 2 และ 4 ใบไม้ไม่เป็นอุปสรรคต่อการระบายอากาศ แต่กลับทำให้กระแสลมแรงขึ้น ในห้องที่ใช้แผงไม้เลื้อย และแรงที่สุดในกรณีที่ 4 ซึ่งได้ทำการทดลองซ้ำสองครั้งพบว่าผลไปในทางเดียวกัน แต่เมื่อกระแสลมในห้องธรรมดาลดลงมาต่ำกว่า 0.05 เมตรต่อวินาทีในกรณีที่ 1 และ 3 ความเร็วลมในห้องที่ใช้แผงไม้เลื้อยจะต่ำมาก
ในช่วงกลางวันพบว่าความชื้นสัมพัทธ์ในห้องที่ใช้แผงไม้เลื้อยลดลงมาใกล้เคียงกับห้องธรรมดาในกรณีที่ 2 และ 3 ซึ่งมีการระบายอากาศ ส่วนในตอนกลางคืน กรณีที่ 1, 2 และ 3 ห้องแผงไม้เลื้อยมีความชื้นสัมพัทธ์ต่ำกว่าห้องธรรมดาแต่ในกรณีที่ 4 ความชื้นสัมพัทธ์สูงขึ้นมาใกล้เคียงกับห้องธรรมดาเนื่องจากกระแสลมที่แรงกว่ากรณีอื่นอาจนำความชื้นจากภายนอกเข้ามาสู่ภายในห้อง
ภาพผนังไม้เลื้อยติดตั้งกับอาคาร
กราฟผลการเปรียบเทียบอุณหภูมิระหว่างห้องธรรมดากับห้องที่ติดผนังต้นไมและอุณหภูมิภายนอก